SPAN(NIELONG) #1

 

span2

story by chip&dale

 

 

 

 

 

“น้ำมันใกล้หมดยัง”

“ยัง เหลืออีกเกินครึ่ง”

“แปลว่าพร่องไปเยอะละ แวะเติมเผื่อไว้ก่อนป่ะ เนี่ยปั๊มนี้เลย เลี้ยวๆๆๆ” ผมตบแขนไอ่แดนที่กำลังขับรถรัวๆ เมื่อเห็นปั้มน้ำมันข้างหน้า

(เสียงบีบแตร)

“บ่ะฮ่านิ! ละคิงมาบอกฮาหยังตอนนี้ ไผไปเลี้ยวตันวะ บอกหื้อเข้าตั๊ดตางออกพอดีเนี้ย”
(ไอ่ห่านี่ ละมึงมาบอกกูทำไมตอนนี้ ใครจะไปเลี้ยวทันวะ บอกให้เข้าตรงทางออกพอดีเนี้ย)

“เชี่ย ละทำไมมึงไม่เลี้ยวอ่ะ ” ผมจับแขนมันแล้วบีบแรงๆ

“ละคิงไค่ตายก๋า? รอปั๊มหน้าเฮาก่อยเติมก่อได้” (ละมึงอยากตายหรอ รอปั๊มหน้าเราค่อยเติมก็ได้)

“เข้าปั๊มตะกี้ไม่ได้หรอวะ เลยมานิดเดียวเอง”

“น้ำมันก่อเหลือแหมจั๊ดนัก ปั๊มหน้าเตอะ น้ำมันขนาดนี้ขับขึ้นยอดดอยเต่ายังไหวเล้ย”
(น้ำมันก็เหลืออีกตั้งเยอะปั๊มหน้าเถอะ น้ำมันขนาดนี้ขับขึ้นยอดดอยเต่าก็ยังไหว)

“แต่กูไม่ไหวแล้ว”

“…?” เสียงยานคางจากเบาะข้างๆสื่อนัยความที่เหมือนจะไม่เกี่ยวกับบทสนธนาก่อนหน้า เรียกให้แดนต้องหันไปมองตัวต้นเหตุที่ตอนนี้นั่งเกร็งตัว ชิดติดกับประตูรถอีกฝั่งไปแล้ว

“มึงเป็นไรเนี่ย?”

“…”

“นั่งหนีบไข่ทำไม?”

“..ถามมาได้! กูปวดเยี่ยวจะตายห่าละเนี่ย” นี่กูอุตส่าต์ใบ้ให้มึงตั้งหลายรอบแล้ว ไอ่เพื่อนเวร ไอ่โง่

“เอ้า แล้วก็ไม่บอก สมน้ำหน้า ท่ามากนักนะมึง”

“กูให้มึงเพิ่มอีกท่าเลย ถ้าไม่หาที่ให้กูเยี่ยวตอนนี้ กูจะเยี่ยวใส่รถมึงนี่แหละ ”

“ไอ่สัด!! ซกมก อย่ามาเยี่ยวใส่รถกูนะเว้ย ผ่อนยังผ่อนไม่หมดเลย ” มือใหญ่ดึงมือของเพื่อนสนิทที่ตั้งท่าจะรูดซิปกางเกงเอาไว้ มืออีกข้างจับพวงมาลัยรถแน่นพลางเหลือบมองทางสลับกับคนสร้างปัญหาที่ยังคงตั้งท่าจะฉี่ใส่รถเขา มันจะฉี่แบ่งอาณาเขตรึไงวะ รออีกนิดหนึ่งก็ไม่ได้

“ไอ่อ้วนมึง เลี้ยว!” อีกคนฟาดไปที่ไหล่ของอีกคนพร้อมกับตะโกนไปด้วย

“ไอ่เชี่ย!!!”

 

(เสียงเบรครถ)

 

-ไอ่รถเวร ซื้อใบขับขี่มารึไงวะ-

 

คนนั่งชิดริมหน้าต่างหันมองตามเสียงที่ตะโกนด่าไล่หลังมา ลุงแก่ๆขับมอเตอร์ไซต์รุ่นอนุรักษ์ที่ท้ายรถเป็นตะกร้าใส่หน่อไม้มากมายแต่มีส่วนหนึ่งตกลงไประเนระนาดอยู่ที่พื้น ไม่ต้องเดาก็ได้ว่าฝีมือรถพวกผมไปเบียดจนรถล้มเสียหลักแน่นอน

 

แต่อารมณ์นี้ฉี่มาจ่อหน้าท่อประปาแล้วครับ เรื่องกระเพราะปัสสาวะเรื่องใหญ่..

 

ขอโทษละกันนะลุงนะ..

 

“เอ้ามึง รีบลงไปเยี่ยวเลย เดี๋ยวกูไปมินิมาร์ท หาซื้อไรมาตุนไว้แดกกลางทางก่อน” ไอ่อ้วนดับเครื่องหน้ามินิมาร์ท

“เออ เอาเลย์ซองใหญ่มาด้วยนะเว้ย”

“เออๆๆ ”

หลังจากที่ผมได้ปลดปล่อยเต็มที่แล้ว ผมก็เดินไปหาเพื่อนสนิทที่กำลังยื่นคิดเงินขนมที่มันโกยมาเป็นกองพะเนินอยู่

“ไม่เยอะไปหรอวะ” มองจากจำนวนราคาไม่น่าจะตำกว่าพัน

“แค่นี้ ไม่เกินชั่วโมงก็หมดแ]hว” ถามจริงมึงกินหรือสูบ? ไม่แปลกใจกับหน้าบานๆของมันเลยจริงๆ

“เลย์กูล่ะ?”

“ซื้อมาละน่า ไม่ลืมหรอก” มันดึงถุงออกมาโชว์ว่าไม่ได้ลืมจริงๆ

มันว่าแล้วยักคิ้วยึกๆกวนประสาทใส่ ยังไม่พอยังยัดอภิมหาถุงขนมใส่มือผมอีก คงถือว่าเจียดเงินเลี้ยงขนมแล้วจะใช้กันได้สินะ ดูมันจะซื้ออะไรมากเยอะแยะวะเนี้ยหนักจนไหล่จะทรุดอยู่ละ อ๋องเดินถือถุงขนมพลางบ่นพึมพำคนเดียวตามหลังเพื่อนที่เดินตัวลอยถือแค่กุญแจรถหมุนติ้วๆอย่างมีความสุข แต่อยู่ๆมันก็หยุดเดินแบบกะทันหันทำให้ผมที่เดินหลังมันอยู่ชนแทบจะร่วงลงไปจูบพื้นฟุตบาท

 

“ไอ่อ้วนมึงจะหยุดเดินทำไมวะไอ่สัด..”

“เชี่ยยยยย รถกู รถกู ล้อแมกซ์กู ใครมาเจาะว่ะ! ดูดิสี่ล้อเลย”

 

ห้ะ รถโดนเจาะยาง

 

 

 

รถโดนเจาะยาง..

 

“แม่งแค้นไรมาวะห้ะ” แดนเดินไปมองสภาพรถที่เพิ่งถอดออกจากศูนย์ขนาดป้ายแดงยังสะอาดๆอยู่เลย ตอนนี้ดูดิยางแม่งเหี่ยวทั้งสี่ล้อ เหี่ยวเหมือนหน้ากูตอนนี้เลย ชีวิตช่างชิบหายพูดแล้วอยากจะทรุด

รถ..

 

โดน..

 

เจาะ..

 

“กูไปชนหมามึงตายมารึไงงงง”

.

.

ยาง!!!

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มึงจะไปชนใครมาก็ช่าง จะหมา จะลุงขับรถขนหน่อไม้ กูไม่รู้กับมึง แต่เราจะไปกันต่อยังไงอันนี้กูต้องได้คำตอบ แดน มึงเป็นคนท้องถิ่นมึงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงต่อ?”

“…กูไม่รู้”

“นั่นไงกูว่าแล้วว่ามึงต้องรู้”

“..กูไม่รู้”

“ห้ะ? มึงว่าอะไรนะเอาใหม่ดิ้”

“ไอ่อ๋อง อ่านปากกูนะ ว่า กู! ไม่! รู้!” คนตัวโตกว่าใช้มือทั้งสองข้างจับหัวของเพื่อนสนิทที่ดูจะสติหลุดกว่าเจ้าของรถที่เจาะยางแบบทำโฮมรันสี่ยางรวดแล้วขยับปากพูดช้าๆชัดๆทุกถ้อยคำ

“…”

“…”

คนที่ได้รับคำตอกย้ำจากเพื่อนซี้ถึงกับหน้าซีด คอตกด้วยความสิ้นหวัง อุตส่าห์ถ่อมาเที่ยวตั้งไกลมากับเจ้าบ้านซะดิบดีแต่แม่งช่วยไรไม่ได้เลยเนี่ย
“เฮ้อ..”

 

เสียงถอนหายใจหนักๆราวกับว่าหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งอย่างเรียกอ๋องให้หันไปมองเพื่อนตัวโข่งที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างทรุดนั่งลงกับฟุตบาทหน้ามินิมาร์ท

 

แล้วดูมัน

 

ทำหน้าเป็นหมาหงอยซะน่าสงสารเลยนะมึง..

 

นั่น.. เขี่ยดินอีก กดดันกูอยู่ใช่ไหมเนี่ยได้ข่าวว่ามึงเป็นคนเชียงใหม่ไม่ใช่หรอ
“เออก็ได้วะ มันต้องมีทางออกดิ…. ป่ะ ไปโบกรถกัน” อ๋องพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพร้อมยื่นมือให้คนตรงหน้าใช้ดึงเพื่อฉุดตัวเองลุกขึ้น แต่กลับไม่เป็นแบบนั้นเมื่อมันกลับปัดมือทิ้งซะแทน

“ใครมันจะจอดให้คนแปลกหน้าขึ้นวะ มึงดูหนังมากเกินไปป่ะเนี้ย” อีกคนพูดอย่างหัวเสีย

“มีดิ คนต่างจังหวัดใจดีจะตาย คนบ้านมึงอะ มึงไม่เชื่อหรอ”

คนที่ยังนั่งอยู่เหลือบตาขึ้นมองเพื่อนรักที่ชวนเขาไปโบกรถด้วยหน้าตาเชื่อมั่นนักหนา มันจะมีจริงๆหรอคนที่ใจดีถึงขั้นจอดให้คนไม่รู้จักขึ้นรถโดยไม่กลัวว่าเขาอาจจะมาปล้นก็ได้

 

“…”

 

“เชื่อกูดิไอ่แดน ต้องมีคนจอดให้เราสักคันแหละ” มันยังคงแย้งราวกับรู้ว่าผมคิดยังไงอยู่ ตาที่ออกกวนๆประสาทมองมาเหมือนเรียกร้องให้ผมเชื่อในคำพูดมันโดยไร้ซึ่งคำพูดอื่นใด

“…”

“…”

“ลุกขึ้นมา..” ผมชักมือที่ยื่นออกไปกลับ

“ไหนล่ะมือ”

“…?”

“ตะกี้มึงยังจะดึงกูลุกอยู่เลยไม่ใช่หรอ?”

“เห็นหน้ามึงแล้วหมั่นไส้ ลุกเองดิ ไม่ได้เป็นง่อยนิ” มันกรอกตามองผมและดันตัวลุกขึ้นเอง

“ปากดีนะมึง”

แดนคิดอยู่ในใจถึงอย่างนั้นก็เหอะ ตอนนี้เราก็แม่งไม่มีอะไรจะเสียแล้วปะวะ ลองกับไอ่อ๋อง มันหน่อยก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจดี ถึงจะเป็นคนแถวนี้ก็เถอะได้กลับบ้านปีละสองครั้งเองกูก็ลืมไปหมดแล้วเปล่าวะ ตอนอยู่บ้านกูก็ไม่ค่อยได้ไปไหนด้วย

 

“ได้! แต่มึงต้องเป็นคนโบกนะเว้ย” แดนกระตุกยิ้มกวนประสาทให้กับผม

“เออ กูโบกเอง หล่องี้จอดตั้งแต่คันแรกไม่เชื่อคอยดู” อ๋องยิ้มกระตุกยิ้มโชว์ความเหนือได้อย่างหน้าหมั่นไส้

“เอ่อได้.. แล้วกูจะคอยดู”
“ไอ่แดน คนบ้านมึงทำไมใจร้ายจังวะ ไม่เห็นจอดสักคันเลย”

ไอ่อ๋องเดินเข้ามาข้างทางที่ผมนั่งอยู่พร้อมกองสัมภาระจำนวนหนึ่งเฉพาะที่จำเป็นต้องเอาไปจริงๆ แล้วทิ้งเสื้อผ้าบางส่วนไว้บนรถที่นี่ซึ่งผมไปคุยกับเจ้าของปั๊มไว้แล้วว่าขอฝากไว้สักอาทิตย์ เจ้าของปั๊มก็ใจดีไม่ว่าอะไร แต่เขาไม่สามารถไปส่งเราถึงที่พักได้เพราะมันออกนอกเมืองไปไกลมาก อย่างน้อยเขาก็ให้เด็กปั๊มไปส่งผมกับไอ่อ๋องถึงถนนใหญ่ที่รถผ่านเยอะพอให้โบกก็ดีมากแล้ว

 

“กูโบกมาสิบนาทีแล้วนะเว้ยไม่จอดสักคัน ไหนบอกว่าคนต่างจังหวัดใจดีไงวะ” มันฟึดฟัดแล้วก็ทิ้งตัวนั่งข้างๆ พลางทำหน้าบูดบึ้งไปด้วย เหอะ น่ารักตายแหละมึงปวดขี้หรืออะไร

“แล้วมึงโบกยังไงตั้งเป็นสิบนาทีไม่จอดสักคัน”

“ก็.. แบบนี้”

 

ร่างโปร่งเดินกลับออกไปที่ถนนอีกครั้งก่อนยืดมือขึ้นโบกๆขึ้นลงพร้อมจ้องไปที่รถที่กำลังจะผ่านคันต่อไป
แล้วเขาก็ขับผ่านมันไปเลยอย่างรวดเร็ว..

“ไอ่อ๋อง กูว่ากูรู้แล้วว่ะว่าทำไมเขาไม่จอดให้มึง”

“ทำไม?”

“โห่ ไอ่เชี้ย ทำหน้าอย่างกับจะไปปล้นรถเค้าอ่ะ เค้าไม่เอาปืนลงมายิงแสกหน้ามึงก็บุญแค่ไหนแล้วไหม ทำหน้าเฟรนลี่ๆยิ้มสยามหน่อยดิวะ”

มันขมวดคิ้วแล้วจ้องมาที่ผมก่อนจะถามราวจะคาดคั้น

“หน้ากูเหมือนโจรหรอ?” เหอะ ตอบเลยว่า

 

8AjfwfWd.jpg-large

 

“มาก”

“งั้นเอาใหม่ เดี๋ยวกูทำท่าเฟรนลี่ละ”

“เออ ทำหน้าให้มันเอนจอยหน่อย”

“ไอ่อ๋อง!!”

 

เสียงคุ้นหูของเพื่อนสนิทตัวเกือบเท่ากันดังขึ้นจากด้านหลังจนผมที่กำลังโบกรถอยู่อย่างเพลิดเพลิน(?)ต้องหันกลับไปหามัน รอบนี้ผมทำไรผิดอีกรึไง ก็ทำท่าเฟรนลี่แล้วนี่หว่า

“ไอ่เหี้ยอ๋อง มึงทำเหี้ยไรมึงเนี่ยยย”

“ก็ท่าเฟรนลี่ไง”

“ท่าเฟรนลี่หาตายคิงหยังจะอี้!” มันพ่นภาษาเหนือใส่ผมเป็นไฟก่อนตบหน้าผากตัวเองดังแปะ ที่มันพ่นมาตะกี้แปลว่าไรบ้างผมก็ไม่รู้หรอกครับพูดเร็วขนาดนั่นถ้าพูดช้าก็พอจับใจความได้บ้างอยู่กับมันจนผมจะเริ่มพูดตามได้ละ เมื่อกี้คงประมาณว่า ‘ท่าเฟรนลี่หาตายนายอะไรแบบนี้’ ล่ะมั้ง พอดีเกิดภาคกลางไม่อันเดอร์สแตนกำเมืองของมันอาศัยเดาเป็นคำๆที่มันหลุดใส่บ่อยๆเอา

 

“ก็มึงบอกให้กูทำท่าเฟรนลี่กูก็ทำนี่ไง มึงนั่นแหละหลอกกูปะวะ ไม่เห็นได้ผลเลยไม่จอดสักคันเนี่ย”

“บ่ะง่าววววววว คิงโบกจะอี้ โบกถึงจาดหน้าเปิ้นก่บ่ะจอดหื้อคิง!”
(ไอ่โง่ มึงโบกอย่างนี้ โบกถึงชาติหน้าเขาก็ไม่จอดให้มึง)

“หือ?? สัด อย่าพูดเร็วดิ” ผมขมวดคิ้วแบบงงๆ มันพูดอะไรวะ

“เออ เจริญ เสือกไม่เข้าใจอีก กูบอกว่า มึงโบกอย่างงี้ โบกถึงชาติเขาก็ไม่จอกให้มึงหรอก ไอ่เชี่ย มึงเล่นโบกเป็นตุ๊กตาลมหน้าเต๊นท์รถมือสองขนาดนี้ ถ้าเขาไม่คิดว่ามึงเป็นคนบ้ามาฟ้อนผีฟ้าอยู่ข้างทางก็แปลกแล้ว”

 

200

 

“ทำไมมันยาวจัง ตะกี้เหมือนจะสั้นๆเองไม่ใช่หรอวะ”

“คิงได้ฟังฮาก่อเนี่ย?”(มึงได้ฟังกูหรือเปล่า)

“ฟัง แต่ขออีกรอบ”

“ไม่ได้ฟังก็บอกมาไอ่เชี้ย ไปเลยไปเฝ้าของ เดี๋ยวกูโบกเอง”

มันทำท่าเหมือนโมโหผมแต่สุดท้ายก็ยอมลงให้ดื้อๆ แล้วเดินจ้ำๆไปโบกรถซะเองเฉยเลย แดนก็เป็นของมันแบบนี้แหละ เหมือนจะโกรธแต่ก็ไม่เห็นมันจะยอมโกรธผมจริงๆจังๆสักที

จริงๆถ้าไม่ติดว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นวันนี้ก็คงจะเป็นวันที่ดีอีกวัน จากฟ้าหม่นๆที่มองเห็นจากบ้านไอ่อ้วนในช่วงตีสองกว่าๆเริ่มสว่างขึ้นทีละน้อยจนตอนนี้ก็ประมาณตีห้าเข้าให้แล้ว อากาศกำลังดีเลย นกเริ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวหากินกัน พูดแล้วก็เริ่มได้ยินเสียงน้ำย่อยมาแว่วๆบ้างเหมือนกัน

ร่างสูงที่ออกไปโบกรถแทนก็ยังคงกอดอกยืนพักเท้ารอรถคันต่อไปที่จะผ่านมา

“หนาวว่ะ….. มึงไม่หนาวหรอวะ?” มันถูมือกับแขนที่ยังกอดอกไว้ไปมาก่อนจะหันมาถามหวังจะแก้เซ็งไปพลาง

“ไม่หนิ อากาศดีออก แต่กูหิว..”ผมพูดจริงท้องนี้สั่นครืดๆเลย

“หึ นั่นไงกูว่าแล้ว นู่นแซนวิชทูน่าในถุงข้างมึงนั่นแหละ น่าจะยังพออุ่นๆอยู่ ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะหิวไวกว่านี้หน่อยเลยอุ่นมาเลย”

“รู้ใจกูจริงๆ ของโปรดเลยนะน่ะ รักมึงจังไอ่แดน อภิชาติเฟรน” ผมหยิบแซนวิสขึ้นมาแกะกินอย่างรวดเร็ว

“เออ” มันตอบรับในลำคอแบบขอไปทีก่อนโบกรถคันต่อไปที่ผ่านมาพอดีหลังจากขาดช่วงไปนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไอ่อ๋อง!! ยังไม่ต้องกิน ขึ้นรถกันก่อนนน”

“อะไรวะตะกี้ยังให้กูกินอยู่เลยตอนนี้มาเรียกขึ้นรถทำเหี้ยระ เห้ย..เดี๋ยวนะมึง” นี้กูเพิ่งได้เอาแค่เอาเข้าปากเองนะเว้ย กัดยังไม่ทันได้กันเลยจะรีบไปไหนของมันวะ

“ไม่เดี๋ยวแล้วเว้ย ลุงเขาจอดรับเราแล้วว้อย ฮ่าๆๆ” ทั้งวิ่งทั้งหัวเราะจนตาหายคล้ายคนพี้อะไรซักอย่างมา

“เห้ยยย ขอบคุณมากนะครับลุง ผมจะไม่ลืมบุญคุณเล้ยยย” อ๋องยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณลวกๆให้ลุงที่ค่อนข้างดูมีอายุก่อนจะกวาดสัมภาระที่กองอยู่ทั้งหมดไปใส่กระบะหลังทันที

“ลุงครับให้พวกผมนั่งที่ไหน กระบะหลังก็ได้นะครับผมไม่เกี่ยง” ไอ่แดนถามพลางวางน้องเดซี่กีตาร์สุดรักของเพื่อนรักลงหลังกระบะเป็นชิ้นสุดท้าย

“ไม่ต้องหรอกๆมานั่งหน้ากับลุงกับป้านี่แหละ คนเราก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันเป็นธรรมดาไม่ต้องเกรงใจ”

“โชคดีพอดีเลยนะเนี้ย… ลุงกำลังขึ้นไปส่งเสบียงอาหารให้พวกชุมชนแม้วบนดอยตุนไว้อยู่พอดีแต่ไม่ได้ไปส่งถึงดอยที่มีเรือนแพนะ จากตรงนั้นพวกเอ็งคงต้องเดินกันไปเอง”

“อ่า ได้ครับ ขอบคุณมากจริงๆนะครับลุงกับป้า” ไอ่อ๋องก้มหัวไหว้ลุงป้าเขาอีกครั้งแล้วก็เดินตามไปที่หน้ารถกระบะผมก็เดินตามไปเหมือนพอเห็นสภาพเบาะหลังเท่านั่นแหละ ผมกับมันถึงขั้นหันมามองหน้ากันทันที ที่ลุงบอกว่านั่งกันสองคนได้สบายคงต้องมีคนหนึ่งนั่งเบาะแล้วอีกคนคงต้องหน้าบนขาอีกคนไม่งั้นก็คงต้องขี่คอกันแล้วหล่ะ สงสัยตอนที่ลุงพูดคงยังไม่ได้มองขนาดตัวพวกผมแน่ๆ

 

 

-เชี่ยอ๋อง เบาะหลังแม่งนั่งสองคนไม่ได้แน่ๆมึงจะเอาไง-

-กูนั่งหน้ามึงนั่งหลังละกันเดี๋ยวผมกูเสียทรง-

-ว่าแต่… มึงรู้ทางหรอไอ่สัดแดน-

-….- ไอ่แดนยิ้มปากเหยียดตรง เสียดหัวใจละสิเป็นเจ้าบ้าน แต่นำห่าอะไรไม่ได้ซักอย่าง ที่มาถึงเพราะจีพีเอสล้วนๆ แล้วคนดูแผนที่ วางแผนเที่ยวก็กูคนเดียวทั้งนั่น ที่มันทำก็แค่บอกว่าอยากไปกับขับรถตามที่บอกแค่นั้นแหละ สำนึกซะบ้าง

 

 

“ลุงครับผมว่า…. ผมไปนั่งกระบะหลังดีกว่าแล้วให้เพื่อนผมนั่งหน้ากับลุงมันจะได้บอกว่าจะลงตรงไหน มาเหนือทั้งทีก็น่าจะสูดอากาศบริสุทธ์บ้างอะไรบ้าง” แดนพูดขึ้นมา

“งั้นก็แล้วแต่พวกเอ็งแล้วกัน เราไปกันเลยดีกว่านะก่อนตะวันจะเด่กว่านี้” พอลุงพูดเสร็จก็เดินไปที่ที่นั่งคนขับตามด้วยป้าที่คาดว่าน่าจะเป็นเมียลุงแกเดินไปเปิดประตูรถอีกทาง

“มึงจะให้กูไปนั่งด้วยไหม” อ๋องหันไปถามเพื่อนที่กำลังปีนขึ้นหลังกระบะด้วยความทุลักทุเล

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูนั่งไปกับน้องกะหล่ำก็ได้” มันพูดพร้อมกับชูกะหล่ำหลังรถลุงแล้วฉีกยิ้ม ไอ่ปัญญาอ่อนเอ้ย… เขาส่ายหัวให้กับนิสัยที่ไม่รู้จักโตของเพื่อนตัวเองก่อนจะเข้าไปในรถของลุงป้าใจดีที่อาสาพาพวกเขาสองคนเข้าไปส่งถึงชุมชนแม้วบนเขา เขาหันไปมองผ่านกระจกอีกรอบว่าเพื่อนของตัวเองนั่งดีหรือยัง แต่มันกลับไปหลับไปแล้วคงเป็นเพราะเขาไปลากมันออกมาจากที่นอนในบ้านเขาเช้าไปแน่ๆ

 

TBC.

 

ps. ฟิคนี้มีทั้งคำหยาบแล้วก็คำเมืองบ่งบอกคนแต่มากไปสกรีมกันได้ที่ #สแปนเนียลอง นะคะเรารออ่านอยู่นะ y______y อ่านให้สนุกนะคะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s